Thailand Smart Education
ศูนย์ข่าว

Press Release Smart Education

2 กันยายน 2556

กระทรวงไอซีที เปิดตัว โปรแกรมประยุกต์ใช้งานบนแท็บเล็ต " ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น " ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มมาตรฐานในการให้บริการด้านการศึกษาอัจฉริยะเพื่อการจัดการการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา

จากการที่รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีนโยบายการใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศและแท็บเล็ตเพื่อพัฒนาการศึกษาผ่านโครงการคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต)เพื่อการศึกษา หรือ One Tablet PC Per Child โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ร่วมมือกับบริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) พัฒนาแทปเล็ตแอปพลิเคชัน "ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น" ซึ่งจะสามารถนําไปใช้เป็นแพลตฟอร์ม มาตรฐาน ในการให้บริการด้านการศึกษาอัจฉริยะเพื่อการจัดการการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาได้ในอนาคต

โดยในวันจันทร์ที่ ๒ ก.ย.๕๖ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ได้เดินทางมาร่วมเป็นประธานเปิดตัว "ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น"ซึ่งเป็น โครงการวิจัยนําร่อง (pilot project) ในการนําระบบแอปพลิเคชั่นสําหรับการศึกษาบนอุปกรณ์แท็บเล็ตไปขยาย ผลสู่การปฏิบัติจริง เพื่อเป็นต้นแบบให้บริการแก่โรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศในอนาคต และพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กับโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการ ด้านเทคโนโลยีระบบบริการการจัดการเรียนการสอนในสถาบันศึกษา อัจฉริยะ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.สุพร ชัย เดชสุริยะ ผู้อํานวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม และรองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ กล่าวว่า ตามนโยบายการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย ในโครงการ One Tablet PC Per Child ของรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกระทรวงไอซีที ได้ทํา หน้าที่เร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทัดเทียม กับนานาชาติและ ยกระดับมาตรฐานคุณภาพทางการศึกษาไทย โดยได้มอบนโยบายให้ บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) และทีมงาน โปรแกรมเมอร์ ได้ร่วมมือกันพัฒนา "ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น" เพื่อใช้ทดสอบการทํางานในโครงการพัฒนา สื่อการเรียนการสอน และแพลตฟอร์มมาตรฐานเพื่อให้บริการระบบซอฟต์แวร์ด้านการศึกษา ด้วยระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ 3.0 ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนอุปกรณ์แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์พีซี บนแพลตฟอร์มยอดนิยมทั้ง Android , iOS และ Windows ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้วยระบบ E-learning ที่สามารถส่ง ความรู้ไปยังผู้เรียนโดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนใช้อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพื่อการศึกษาให้กว้างขวาง ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาให้ก้าวไกลและสอดคล้องกับ รูปแบบการเรียนการสอนที่กําลังเปลี่ยนไปในอนาคต ซึ่ง "ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น"เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ นําเอาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย มาผนวกกับเครือข่ายข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ระบบบริการคลาวด์ และการนําศักยภาพของแท็บเล็ต มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการศึกษาในทุกภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ เกิดการเร่งผลักดันการยกระดับคุณภาพและการกระจายโอกาสทางการศึกษา ทั้งด้านการพัฒนามาตรฐาน หลักสูตรการเรียนรู้และวิธีการทดสอบความรู้ การพัฒนาครู อาจารย์ ในด้านทักษะการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมา ประยุกต์ใช้ในการสอน การพัฒนาการวิจัยและประเมินผล ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาการศึกษาเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และยั่งยืน

ด้าน รศ.สุพร ชัยเดชสุริยะ ผู้อํานวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม และรอง คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า โครงการ " ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น " นี้ ทาง โรงเรียนมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนกระทรวง ไอซีที ในการทดลองใช้ระบบบริการการจัดการ เรียนการสอนในสถาบันศึกษาอัจฉริยะซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเพื่อการศึกษาที่ทันสมัย ในรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิตอล เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพื่อการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสื่อกลาง ในระบบการเรียนการสอนภายในโรงเรียน ตลอดจนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเด็กวัยเรียนและเกิดการพัฒนาไปสู่ ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไป โดยครูและผู้ปกครองสามารถติดตามพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียนรายบุคคล แบบรายวิชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ โครงการ " ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น " จะมุ่งเน้นการใช้งานส่วนส่งเสริมการทําแบบฝึกหัดของ นักเรียนและการจัดการระเบียน คะแนนสะสมของนักเรียน โดยระบบจะครอบคลุมการใช้งานสําหรับผู้ใช้งาน 4 ฝ่ายที่สําคัญ คือ นักเรียน, ผู้ปกครอง, ครู และโรงเรียน ซึ่งนับว่าเป็นกลไกในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การเรียนรู้ให้ เป็นแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียนในรูปแบบ Digital Classroom แบบหนึ่งต่อหนึ่งและเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่จะเชื่อมโยงการเรียนรู้ ทั้งจากโรงเรียนและบ้าน ซึ่งจะทําให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดในทุกที่ทุกเวลา โดยครู และผู้ปกครอง สามารถติดตามพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียน ได้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ด้วยวิธีการประเมิน วัดผลจากการ ทํากิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมของ "ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น" โดยผ่าน ทางเว็บไซต์ www.thailandsmarteducation.com